3 ปัญหา ที่พบบ่อยในระบบแอร์รถยนต์และวิธีการแก้ไข
ปัญหาที่พบบ่อยในระบบแอร์รถยนต์

ระบบปรับอากาศ หรือที่เราเรียกกันโดยทั่วไปว่า “ระบบแอร์”

นั้นนับเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่อยู่ภายในรถยนต์ทุกคันและทุกประเภท ระบบแอร์จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ภายในห้องโดยสารรถยนต์

โดยหลัก ระบบแอร์ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น ความเร็วลม และความสะอาดของอากาศ ทำให้สภาวะอากาศภายในห้องโดยสารมีความเหมาะสมแก่ผู้โดยสาร ระบบแอร์ประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลักที่สำคัญต่างๆ ดังนี้

1. Compressor (คอมเพรสเซอร์)
2. Condenser (แผงคอยล์ร้อน)
3. Expansion valve (วาล์วลดแรงดัน)
4. Evaporator (คอยล์เย็น)

การทำงานของระบบแอร์จะมีสารทำความเย็น หรือ refrigerant ภายในระบบที่อยู่ในสถานะของแก๊ส ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนความร้อนภายในระบบแอร์ เพื่อปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารตามที่ผู้โดยสารต้องการ  เมื่อรถยนต์มีการใช้งานไปนานๆ ไม่ว่าจะเป็น 5 ปี 10 ปี ระบบแอร์ย่อมมีการสึกหรอหรือเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน เราจึงจำเป็นที่จะต้องบำรุงรักษา และ ซ่อมอย่างถูกวิธี


3 ปัญหา ที่พบบ่อยในระบบแอร์รถยนต์และวิธีการแก้ไข

1. แอร์ไม่เย็น

  • แอร์ไม่เย็นเลย
    สาเหตุ: สารทำความเย็นไม่เพียงพอ หรืออุปกรณ์เกิดการรั่วซึม
    แนวทางการแก้ไข : เช็คจุดรั่ว และทำการเปลี่ยนอุปกรณ์ทันทีสาเหตุ: เกิดการตันที่ Expansion Valve และ Receiver Dryer
    แนวทางการแก้ไข : ทำการเปลี่ยน Expansion Valve และ Receiver Dryer และไล่ระบบตามท่อทางน้ำยา
  • แอร์เย็นบ้างไม่เย็นบ้าง
    สาเหตุ: เกิดการตัน เนื่องจากความชื้นสะสมในระบบทำให้ Expansion Valve เป็นน้ำแข็ง
    แนวทางการแก้ไข : ทำการเปลี่ยน Expansion Valve และ Recciver dryer และไล่ระบบตามท่อทางน้ำยา
  • ต้องเร่งเครื่องแอร์ถึงจะเย็น
    สาเหตุ: เนื่องจาก Compressor ไม่มีกำลังอัด ทำให้ไม่สามารถทำความเย็นได้
    แนวทางการแก้ไข : ทำการเปลี่ยน Compressor รวมถึง Expansion Valve และ Recciver dryer และไล่ระบบตามท่อทางน้ำยา
  • แอร์เย็นไม่ฉ่ำ
    สาเหตุ: กระจกมองน้ำยาใส Compressor ตัดต่อบ่อย เนื่องจากน้ำยามากเกินไป หรือระบายความร้อนได้ไม่ดี
    แนวทางการแก้ไข : ตรวจสอบพัดลมระบายความร้อน / ตรวจสอบ Condensor ว่าสกปรกหรือไม่ / ตรวจสอบสารทำความเย็นมากเกินไปหรือไม่ /ตรวจสอบ Pressure Switch ทำงานปกติหรือไม่ และทำการแก้ไขในแต่ละจุดที่เกิดขึ้นสาเหตุ: ท่อทางออกจาก Evaporator จะอุ่นๆ ไม่มีน้ำมาเกาะที่ท่อ และมีฟองอากาศผุดวิ่งวนไปมาที่กระจกมองน้ำยา เนื่องจากมีอากาศเข้าไปในระบบ
    แนวทางการแก้ไข : ปล่อยสารทำความเย็น ออกให้หมดจากระบบทันทีสาเหตุ: ท่อทางออกจาก Evaporator เป็นน้ำแข็งยาวไปถึง Compressor
    เนื่องจากเปิด Expansion Valve มากเกินไป
    แนวทางการแก้ไข : ตรวจสอบการรัดหางวาล์ว กรณีที่เป็นทางวาล์ว ถ้า เป็นวาล์วบล็อคควรเปลี่ยน Expansion Valve ใหม่ และทำการไล่ระบบตามท่อทางน้ำยา

2. มีเสียงดัง
สาเหตุ:สาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงจะมี 2 จุดใหญ่คือ

  • เสียงที่เกิดขึ้นจากระบบแอร์ในห้องผู้โดยสาร
    สาเหตุ: มักจะเกิดจากมอเตอร์แอร์ที่ทำหน้าที่เป่าลมเย็นออกมาจากช่องแอร์ หรือเสียงจากวาวล์ฉีดน้ำยา
    แนวทางการแก้ไข : ทำการปิดแอร์หรือปรับสปีดความแรงลม สังเกตุว่าความดังของเสียงเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้าเงียบลงหรือเปลี่ยนแปลงไป สันนิษฐานได้ว่า มอเตอร์แอร์มีปัญหาซึ่งต้องทำการเปลี่ยนมอเตอร์แอร์ใหม่
  • เสียงที่ดัง มาจากห้องเครื่องยนต์
    สาเหตุ: ตรวจสอบให้ดีว่าเป็นปัญหาที่เครื่องยนต์หรือระบบแอร์ โดยการ เปิด-ปิดแอร์รถยนต์ หากไม่มีเสียงขณะปิดแอร์ แสดงว่าคอมเพรสเซอร์แอร์กำลังมีปัญหา
    แนวทางการแก้ไข : ตรวจเช็คว่าคอมเพรสเซอร์มีการสึกหรอที่ส่วนใด สามารถซ่อมได้หรือไม่ หากซ่อมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ลูกใหม่

3. มีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์

  • การสะสมเศษอาหารหรือเหงื่อ
    สาเหตุ: มีการสะสมเศษอาหารหรือเหงื่อในรถยนต์ อาจทำให้กลิ่นไม่พึ่งประสงค์เกิดขึ้น
    แนวทางการแก้ไข : ให้ทำความสะอาดรถยนต์เป็นประจำโดยการเก็บอาหารที่ไม่เกี่ยวข้องออกและทำความสะอาดพื้นผิวภายในรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ
  • เชื้อราและแบคทีเรีย
    สาเหตุ: มีน้ำหรือความชื้นสะสมอยู่ในคอยล์เย็น จนเกิดเชื้อรา
    แนวทางการแก้ไข : ทำความสะอาดระบบแอร์อย่างสม่ำเสมอโดยใช้สารล้างที่มีส่วนผสมฆ่าเชื้อ และตรวจสอบเครื่องทำความเย็นเพื่อตรวจหาการรั่วซึมที่อาจทำให้เกิดเชื้อรา
  • ไส้กรองแอร์เสียหายหรือเสื่อมสภาพ
    สาเหตุ: ไส้กรองแอร์ที่เสียหายหรือเสื่อมสภาพอาจสะสมเชื้อราและกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ ทำให้รถยนต์มีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์เมื่อเปิดใช้งานแอร์
    แนวทางการแก้ไข : เปลี่ยนไส้กรองแอร์ตามรุ่นรถ และควรเปลี่ยนไส้กรองแอร์ทุกๆ 1 ปี หรือ ประมาณ 20,000 กิโลเมตร หรืออาจจะเร็วกว่านั้นขึ้นอยู่กับการขับขี่และการใช้งาน เช่น ขับบนสภาพถนนที่มีฝุ่นมากก็จะส่งผลทำให้ไส้กรองอากาศสกปรกได้เร็วกว่าควรเปลี่ยนเร็วกว่าปกติ

ขอบคุณเทคนิคและความรู้ดีๆจาก : denso carservicepartner

หากระบบแอร์รถยนต์มีปัญหาควรติดต่ออู่หรือศูนย์บริการเพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญดูแลแก้ไขปัญหาต่อไป และนอกจากนั้นก็อย่าลืมผลิตภัณฑ์คุณภาพและเชื่อถือได้
Denso เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ GP Autoparts ไว้ใจในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานหากใครสนใจ ก็สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลกับเราได้เลยครับ

___________________________________
บริษัท จีพี โมบิลิตี้ จำกัด (มหาชน)
(ศูนย์จำหน่ายอะไหล่รถยนต์ครบวงจร)
ปรึกษา/สั่งซื้อ/สมัครตัวแทน : Line id @gpautoparts (มี @) หรือคลิก 👉
ติดต่อเรา : https://www.gpmobility.co.th/contact-us/
ติดตามเรา: https://linktr.ee/gpmobility
เปิดให้บริการ วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08:30 น. – 17:30 น.
เบอร์ติดต่อ : 02-941-1222 (Auto),02-579-2882
www.gpmobility.co.th

More Posts